|
 
อาเศียรวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ครบวาระดิถีศิริ ธ ชาติ องค์พระบาทฯภูมิพลฯชนทั่วหล้า
สรวมแซ่ซ้องสรรเสริญพระกรุณา ปวงประชาพบร่มเย็นพระบารมี
ห้าธันวามหาภัทรเจ้า ทรงปกเกล้าฯผองผไทได้สุขขี
ทรงสั่งสอนน้อมน้ำใจในทางดี ทั้งชีพนี้น้อมถวายในพระองค์
พระทรงเป็นมิ่งขวัญสำราญรื่น ทรงหยิบยื่นคุณธรรมสุดสูงส่ง
ความพอเพียงเป็นหลักธรรมดำรงทรง ความมั่นคงแห่งชีวิตจิตวิญญาณ
พระทรงเหนื่อกายามามากล้น ทรงอดทนเพื่อคนไทยได้พ้นผ่าน
ความทุกข์ยากขัดแย้งเนิ่นยาวนาน ด้วยประทานความรู้รักสามัคคี
ศาสนิกคริสตชนประณตน้อม ร่วมจิตพร้อมแทบบาทบงสุ์พระทรงศรี
ขอถวายอาเศียรวาทสดุดี พระภูมีทรงเกษมเปรมสำราญ
ขอพระเจ้าเอกองค์พระทรงฤทธิ์ ทรงสถิต ธ รักษาพระองค์ท่าน
เฉลิมพระชนม์พรรษายิ่งยืนนาน อภิบาลองค์แห่งรัฐประชาไทย
แปดสิบสี่พระชันษามหาราช ประชาชาตินบเหนือเกล้าฯเฝ้าถวาย
ขอพระองค์ทรงเจริญพระหฤทัย พระทรงชัยเกษมสำราญนิรันดร์เทอญ
ด้วยเกล้าฯด้วยกระหม่อมขอเดชะ คริสตชนสังกัดสภาคริสตจักรในประเทศไทย
ประพันธ์โดย ผป.ดร.ประสิทธิ์ พงศ์อุดม
สำนักงานประวัติศาสตร์ สภาคริสตจักรในประเทศไทย
สรวมชีพยุคลบาท อภิวาทพระภูมิพล
เอกองค์พระภูวดล มิ่งมงคลแห่งสยาม
ครบรอบเฉลิมพระชนม์ น้อมกมลทุกเขตคาม
รำลึกพระคุณงาม ธ เลิศหล้าภูวนัย
แปดสิบสี่พระชันษา องค์ราชาผองผไท
ประเทศรุ่งจำเริญไกล ด้วยล้นเกล้าฯพระบารมี
ทรงทำเพื่อทวยราษฎร์ อภิวัฒน์สิ่งเลิศดี
สิ่งประเสริฐเลิศทวี เปี่ยมยิ่งล้นพ้นไพศาล
เหนื่อยแรงพระวรกาย ทั่วถิ่นไทย ธ ทรงงาน
ปวงประชาสุขสราญ ล้วนประจักษ์ด้วยชีวิน
หลักชัยความเพียงพอ ทรงเป็นพ่อแห่งแผ่นดิน
แซ่ซร้องทั้งธานิน เทิดพระเกียรติองค์บิดา
ประชากรทุกข์ยาก ทรงตระหนักรักทุกครา
ทรงเช็ดคราบน้ำตา พ้นทุกข์โศกโรคโภยภัย
ปวงข้าฯขอน้อมเกล้า ในนามชาวชนทั่วไทย
ร่วมจิตน้อมถวาย เถลิงพรแด่พระองค์
ขอทรงพระเจริญ เกียรติสรรเสริญดำรงทรง
พระชนม์ชีพยืนยง สุขเกษมเปรมสำราญ
รวมใจชนชาวคริสต์ ขอน้อมจิตอธิษฐาน
พระเจ้าทรงประทาน ธ ประเสริฐเลิศมงคล
เฉลิมเกล้าพระปรเมศวร์ องค์สมเด็จฯพระภูมิพล
มิ่งขวัญแห่งปวงชน เกษมสราญยิ่งยืนนาน...เทอญ
ผป.ดร.ประสิทธิ์ พงศ์อุดม
ประพันธ์
สคริปท์ที่ 1 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี พุทธศักราช 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐเมสสาซูเส็ท ประเทศสหรัฐอเมริกา ทรงเป็นพระราชโอรสองค์เล็กในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ และสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ต่อมาสมเด็จพระราชนกถึงแก่ทิวงคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน พุทธศักราช 2472 ขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันทรงเจริญพระชนมายุได้ไม่ถึงสองพรรษา กระทั่งเมื่อมีพระชนมายุได้ 5 พรรษา จึงได้เสด็จเข้ารับการศึกษาชั้นต้น ณ โรงเรียนมาร์แตร์เดอี กรุงเทพฯ จนถึงพุทศักราช 2476 ได้เสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน์กับพระราชชนนีพร้อมด้วยพระ เชษภคินีและพระเชษฐา ทรงเข้ารับการศึกษาต่อยังสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ณ เมืองโลซานน์ ทรงศึกษาภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน และอังกฤษ อีกทั้งพระองค์ได้เสด็จเข้ารับการศึกษาในมหาวิทยาลัยโลซานน์ ในแขนงวิชาวิศวกรรมศาสตร์
สคริปท์ที่ 2 ในพุทธศักราช 2477 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล พระเชษฐา เสด็จขึ้นครองราชเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งพระบรมจักรีวงศ์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เมื่อพุทธศักราช 2478 และได้โดยเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล นิวัติประเทศไทยเป็นครั้งแรกในพุทธศักราช 2481 โดยประทับอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว แล้วเสด็จกลับสวิสเซอร์แลนด์ จนถึงพุทธศักราช 2488 จึงโดยเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล นิวัติประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง
สคริปท์ที่ 3 ในวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตโดยกระทันหัน ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้า ภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบราชสันติวงศ์ในวันเดียวกัน ต่อมาในเดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2489 พระองค์ทรงลาประชาชนชาวไทยเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยแห่งเดิม โดยทรงเลือกวิชากฎหมายและวิชารัฐศาสตร์แทนวิชาวิศวกรรมศาสตร์
สคริปท์ที่ 4 ระหว่างที่ประทับศึกษาอยู่ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิต์ กิติยากร ธิดาในพระวรงวงศ์เธอกรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถและหม่อมหลวงบัว (สนิทวงศ์) กิติยากร ซึ่งต่อมาได้ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2492 ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และปีต่อมา ได้เสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2493 ต่อมาในวันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร และทรงสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินิสิริกิติ์ต่อมาในวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี เฉลิมพระบรมนามาภิไธยตามที่จารึกในสุพรรณบัตรว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร บรมนาถบพิตร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงผนวชในวันที่ 22 ตุลาคม พุทธศักราช 2499 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทน ในช่วงเวลาที่ทรงผนวช 15 วัน และเมื่อทรงลาผนวชแล้ว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สถาปนาพระอิสริยศักดิ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
สคริปท์ที่ 5 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระพระราชธิดาและพระราชโอรสรวม 4 พระองค์ ดังนี้
1. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริพรรณวดี
2. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ สยามมกุฏราชกุมาร
3. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
4. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
สคริปท์ที่ 6 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก พระผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อศาสนาทุกศาสนา และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคริสต์ศาสนานั้น พระองค์ทรงแสดงน้ำพระราชหฤทัยในกิจการของคริสต์ศาสนาที่นำโดยบรรดามิชชันนารีและ คริสตชนไทยผู้สืบทอดความเชื่อศรัทธาต่อมาอยู่เสมอ ดังที่พระองค์ได้พระราชทานพระปฐมราชโองการ เมื่อครั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
ในวาระอันเป็นศิริมงคลเฉลิมพระชนม์มายุ 84 พรรษา พุทธศักราช 2554 นับเป็นโอกาสอันสำคัญที่สภาคริสตจักรในประเทศไทย และองค์กรคริสต์ศาสนาทุกคณะนิกาย จะได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและขอน้อมจารึกไว้ในดวงใจของเหล่าพสกนิกรทั่วหล้า สืบไป
สคริปท์ที่ 7 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติสืบทอดจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ที่เสด็จสวรรคตอย่างกระทันหัน และภายหลังพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามแบบโบราณราชแล้ว ศาสนาจารย์พ่วง อรรฆภิญญ์ ประธานสภาคริสตจักรในประเทศไทย ร่วมกับผู้แทนคริสตจักรคณะต่างๆ ได้รับพระบรม ราชานุญาตเข้าเฝ้าถวายสาสน์ เนื่องในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ในวันที่ 7 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 นับเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรไทยที่นับถือคริสต์ศาสนาได้มีโอกาสส่งผู้แทนทางศาสนาเข้าแสดงความจงรักภักดีในวโรกาสอันสำคัญนี้ และภายหลังต่อมา ผู้นำขององค์กรคริสต์ศาสนายังได้รับพระบรมราชานุญาตให้เข้าถวายพระพรเนื่องในพระราชพิธีสำคัญ และเนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา 5 ธันวาคม ของทุกปี
สคริปท์ที่ 8 ในวาระครบรอบ 150 ปี ของการเผยแผ่คริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย พุทธศักราช 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสา ธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานเฉลิมฉลอง ณ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 ต่อมาเมื่อสภาคริสตจักรในประเทศไทยจัดพิธีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯให้พลเอกสำราญ แพทยกุล องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลอง ที่โรงเรียนกรุงเทพ คริสเตียนวิทยาลัย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2527 และอีกสิบปีต่อมา เมื่อสภาคริสตจักรในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้แทนพระองค์เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเฉลิมฉลอง ในวันที่ 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2537 ณ โรงเรียนกรุงเทพ คริสเตียนวิทยาลัย
สคริปท์ที่ 9 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 พุทธศักราช 2549 ปรากฏพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อกิจการคิสต์ศาสนาในการบูรณะวัดหรือพระวิหารอันเป็นสถานนมัสการพระเจ้าให้มีสง่าราศี เป็นที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าและแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคริสตจักรสำเหร่ สังกัดสภาคริสตจักรในประเทศไทย ได้รับงบประมาณในการบูรณะอาคาร พระวิหารเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าและการบูรณะหอระฆัง พร้อมกันนี้ คริสตจักรที่สอง สามย่าน และคริสตจักรสืบสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ที่มีอาคารโบสถ์เก่าแก่ ได้รับทุนอุดหนุนสำหรับการบูรณะซ่อมแซมเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่คริสตจักรเบธเลเฮ็ม นครศรีธรรมราช และคริสตจักรตรัง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมอาคารคริสตจักรสร้างความสง่างามของพระวิหารนมัสการพระเจ้าและสืบทอดคุณค่าแห่งความเชื่อของคริสตชนไทยต่อมา
สคริปท์ที่ 10 เมื่อมิชชันนารีเข้ามาเผยแผ่คริสต์ศาสนาได้ทำพันธกิจด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาลให้บริการแก่ประชาชนที่เจ็บป่วย ในเชิงการกุศลและการบริการที่ไม่หวังผลกำไรเป็นหลัก ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเอาพระทัยใส่ในกิจการการแพทย์และพยาบาลขององค์กรคริสต์ศาสนา และทรงมีน้ำพระราชหฤทัยต่อกิจการในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขด้านนี้อยู่ไม่น้อย ดังปรากฏเมื่อภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มิชชันฝ่ายต่างประเทศของคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนและสภาคริสตจักรในประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดตั้ง "โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนพยาบาล" ซึ่งต่อมาใน พุทธศักราช 2501 โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนฯได้รณรงค์หาทุนสำหรับสร้างอาคารผู้ป่วยใน โดยการจัดฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ เรื่อง "80 วันรอบโลก" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1958 และเมื่ออาคารผู้ป่วยในแล้วเสร็จ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จมาทรงเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2508
สคริปท์ที่ 11 สำหรับโรงพยาบาลแมคคอร์มิคที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเคยได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระราชบิดาที่เคยเสด็จทรงงานพทย์ที่นั่นในพุทธศักราช 2472 ยังคงได้รับพระมหากรุณาธิคุณต่อมาอย่างล้นพ้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมโรงพยาบาลแมคคอร์มิค เมื่อ วันที่ 8 มีนาคม พุทธศักราช 2501 ต่อมาในปี พุทธศักราช 2532 โรงพยาบาลแมคคอร์มิค มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย มีการรื้อตึกมหิดลหลังเดิมซึ่งได้รับทุนถวายในการก่อสร้างจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เพื่อสร้างใหม่ โดยได้รับเงินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นปฐมศิริมงคล จำนวน 1,000,000 บาท เมื่อการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พุทธศักราช 2535 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดสำหรับโรงพยาบาลแมคคอร์มิคและชาวเชียงใหม่ ที่ยังประทับตราตรึงอยู่ในดวงใจอยู่เสมอ
สคริปท์ที่ 12 พระมหากรุณาธิคุณยิ่งล้นพ้นด้านการแพทย์ของคริสตจักรประการหนึ่งคือ เมื่อสถาบันแมคเคนเพื่อการฟื้นฟูสภาพ จังหวัดเชียงใหม่ เฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี ของพันธกิจนี้ ในพุทธศักราช 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการเฉลิมฉลอง ทั้งสองพระองค์เสด็จทอดพระเนตรกิจการของสถาบันทุกแผนก ทรงเยี่ยมผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในสถาบัน และทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์และแก่สถาบัน สร้างความปลาบปลื้มแก่ผู้บริหารสถาบัน พสกนิกร และผู้ป่วยที่พักรักษาตัวเป็นอย่างยิ่ง
ต่อมาในพุทธศักราช 2525 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาเป็นองค์ประธานในการเปิดอาคารผู้พิการของสถาบันแมคเคนเพื่อการฟื้นฟูสภาพ นับเป็นความสนพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อกิจการของคริสต์ศาสนาในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อน ซึ่งถือเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ เป็นพระมหากรุณาธิคุณเหมือนดั่งพระเยซูคริสต์ที่ทรงรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อนอันเป็นโรคที่สังคมยิวสมัยโบราณรังเกียจอย่างยิ่ง
สคริปท์ที่ 13 พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อกิจการทางการศึกษาขององค์กรคริสต์ศาสนาโปรเตสแตนต์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จนางเจ้าพระบรมพระราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เมื่อวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พุทธศักราช 2501 อาจารย์หมวก ไชยลังการ์ ได้กล่าวถึงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสต่อคณะผู้บริหารโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยว่า "รู้สึกยินดีที่เชียงใหม่มีโรงเรียนดีๆ ที่สง่างามและมีบริเวณกว้างขวาง ยินดีที่มีโอกาสพบครูที่ดีมีน้ำใจ อุตส่าห์สั่งสอนเด็กด้วยใจรักเป็นเวลานาน ขอให้ครูทุกท่านจงช่วยกันสั่งสอนเด็กเถิด เป็นบุญเหลือหลายที่ได้ช่วยเหลือเยาวชนของชาติ ยินดีที่เห็นเด็กนักเรียนทุกคนเรียบร้อย ได้อยู่ในโรงเรียนดี มีบริเวณมาก" นอกจากนี้แล้วทั้งสองพระองค์ยังได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมโรงเรียนดาราวิทยาลัย มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ที่ใกล้อยู่ด้วย
สคริปท์ที่ 14 น้ำพระพระราชหฤทัยและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีต่อสภาคริสตจักรในประเทศไทย ยังมิอาจกล่าวรายละเอียดได้หมด การบันทึกความรู้สึกถึงพระมหากรุณาธิคุณได้ปรากฏ ณ ที่นี้ ยังคงเป็นส่วนน้อยนิดเมื่อเทียบกับพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ไพศาลของพระองค์ที่ทรงมีต่อกิจการของคริสต์ศาสนาในประเทศไทยทั้งหมด ซึ่ง คริสตชนแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ได้มีโอกาสรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อกิจการของคริสต์ศาสนาอยู่เสมอ และการำลึกในพระมหากรุณาธิคุณนั้น ส่วนหนึ่งได้แสดงออกโดยการอยู่ร่วมกันอย่างมีเอกภาพระหว่างคริสตชนต่างคณะนิกาย และการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยอย่างสงบร่มเย็น และข้าพระพุทธเจ้าคริสตชนแห่งสภาคริสตจักรคริสตจักรในประเทศไทยและคริสตชนทั้งปวง ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายอาเศียรวาทราชสดุดี เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนม์ 84 พรรษา ขอโปรดทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
|